“ช้างศึก” มั่นใจรักษาแชมป์คิงส์คัพ, ยก “สโลวาเกีย” คู่แข่งที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปี

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค ได้มีการแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 โดยมีตัวแทนจากทั้ง 4 ทีมในทัวร์นาเมนต์นี้เข้าร่วมการแถลงข่าว ประกอบด้วย คู่ชิงอันดับ 3 ระหว่างทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กับ ทีมชาติกาบอง และคู่ชิงชนะเลิศระหว่างทีมชาติสโลวาเกีย กับ ทีมชาติไทย

ในส่วนของคู่ชิงชนะเลิศ แยน โคซัค เฮดโค้ชทีมชาติสโลวาเกีย กล่าวถึงความพร้อมในพบกับทีมชาติไทยว่า นักเตะของเรามีปัญหากับสภาพอากาศและการปรับตัวของผู้เล่นที่ส่วนใหญ่เล่นอยู่ในทวีปยุโรปอยู่บ้าง ที่ส่งผลอย่างเห็นได้ชัดในช่วงท้ายเกมกับทีมชาติยูเออี แต่การได้พัก 2 วันที่ผ่านมาก็ทำให้ลูกทีมมีสภาพร่างกายที่ดีขึ้นมาก ทั้งนี้จากข้อมูลที่ทางทีมงานได้ติดตามฟอร์มการเล่นของไทยในนัดแรก ยอมรับว่าเป็นทีมที่ดี แต่ก็ยังมั่นใจว่าสโลวาเกียจะคว้าแชมป์กลับไปได้อย่างแน่นอน ซึ่งก็เชื่อว่าจะเป็นเกมที่สนุกสนาน

ด้าน มิลาน สคริเนียร์ กองหลังจากทีมอินเตอร์ มิลาน ของสโลวาเกีย กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ได้เดินทางมาที่ประเทศไทย ส่วนตัวก็มีรู้สึกตื่นเต้นกับบรรยากาศที่คึกคักเกินความคาดหมาย และหวังว่าพรุ่งนี้จะมีแฟนบอลเข้ามาเชียร์มากๆ นอกจากพวกเราตั้งใจจะทำผลงานให้ดีแล้ว ก็ขอให้เทพีแห่งโชคอยู่ข้างเราด้วย
มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวเซอร์เบียของทีมชาติไทย กล่าวว่า ขอบคุณประเทศไทย แฟนบอลชาวไทย และผู้จัดการการแข่งขันที่ทำให้ทัวร์นาเมนต์ปีนี้เป็นแมตช์ที่มีคุณภาพระดับโลก มีทีมชั้นนำเข้ามาร่วมแข่งขัน ถือเป็นคิงส์คัพที่น่าจดจำที่สุดครั้งหนึ่ง ในเกมกับกาบอง เราเริ่มต้นได้ดี ครองเกมได้มากกว่า ลูกทีมทุกคนมีความทุ่มเทและมีโชคบ้างในการยิงจุดโทษ จนทำให้ทีมชาติไทยผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ และลุ้นแชมป์ครั้งที่ 16 ของทัวร์นาเมนต์นี้ได้ ในเกมกับสโลวาเกียเป็นเกมที่ไม่ง่ายอย่างแน่นอน ด้วยคุณภาพของทีม และอันดับโลกต่างกันเกือบ 100 อันดับ อย่างไรก็เชื่อว่าเราจะรักษาแชมป์ไว้ในประเทศไทย และทำให้แฟนฟุตบอลชาวไทยภูมิใจได้อย่างแน่นอน

“การพบกับทีมชาติสโลวาเกียในวันพรุ่งนี้ ถือเป็นการพบกับคู่แข่งที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาของทีมชาติไทยได้เลย จึงเชื่อว่านักเตะของเราจะได้รับประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ และต่อยอดให้ผู้เล่นของเราก้าวไปสู่อีกระดับของการเล่นฟุตบอลได้” มิโลวาน ราเยวัชกล่าว

ขณะที่ ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายตัวเก่ง กล่าวว่า ดีใจที่ชนะทีมชาติกาบองมาได้ในนัดแรก แม้จะเป็นการยิงจุดโทษตัดสินก็ตาม ทั้งนี้ยอมรับว่าส่วนตัวอาจทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร อาจจะยังมีปัญหาในเรื่องความมั่นใจ อีกทั้งสภาพอากาศร้อนก็ส่งผลผู้เล่นทีมชาติไทยเช่นกัน สำหรับในนัดชิงชนะเลิศ หากได้รับโอกาสลงสนามก็จะทำผลงานให้เต็มที่
ในส่วนของคู่ชิงอันดับที่ 3 เฮดโค้ชชาวสเปน โฆเซ่ อันโตนิโอ กามาโช่ ของทีมชาติกาบอง กล่าวถึงความพร้อมของลูกทีมว่า ยอมรับว่าในเกมแรกสภาพร่างกายของลูกทีมค่อนข้างมีปัญหา จากการเดินทางไกลและเวลาที่แตกต่างระหว่างประเทศกาบองและไทยถึง 6 ชั่วโมง แต่หลังจากนัดแรกลูกทีมก็ได้พักและทำความคุ้นเคยกับเวลารวมทั้งสภาพอากาศมากขึ้น เชื่อว่าในเกมชิงที่ 3 กับทีมชาติยูเออี นักเตะของเราจะทำผลงานได้ดี โดยจากการที่ได้ติดตามเกมของยูเออีก็ยอมรับว่าเป็นทีมที่มีการต่อบอล และความสามารถเฉพาะตัวที่ดีมาก อย่างไรก็ตามกาบองก็จะทำผลงานให้ออกมาให้ดีที่สุด

ด้าน มาริโอ เลอมิน่า กองกลางตัวเก่งของทีม กล่าวเสริมว่า ขอบคุณสมาคมฟุตบอลไทยฯ และประเทศไทยที่ให้การต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี ยอมรับว่าในเกมแรกเรามีปัญหาทางด้านสภาพร่างกายอยู่บ้าง แต่ตนและเพื่อนร่วมทีมก็จะทำผลงานในเกมที่สองให้ดีที่สุด

ทางด้าน อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวอิตาลี ของทีมชาติยูเออี กล่าวว่า ในเกมที่พบกับสโลวาเกีย ซึ่งเป็นทีมที่มีศักยภาพสูง แม้เราจะพ่ายแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ก็ถือเป็นการได้ทดลองผู้เล่นและระบบการเล่น เพื่อนำไปปรับปรุง เพิ่มศักยภาพ เตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันเอเชียนคัพที่ยูเออีจะเป็นเจ้าภาพในปีหน้าต่อไป โดยตอนนี้เรามีความพร้อมที่จะพบกับกาบองในวันพรุ่งนี้ โดยมีปัจจัยที่แตกต่างจากนัดแรกบ้าง ด้วยทีมชาติกาบอง มีผู้เล่นที่แข็งแกร่ง มีพละกำลังค่อนข้างสูง ก็จะเน้นย้ำให้ลูกทีมทำผลงานให้ดีที่สุด และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุดเช่นกัน
ขณะที่ มูฮัมหมัด อับดุลเราะห์มาน อัลรัคฆี กองกลางของยูเออี กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์นี้ เนื่องจากเป็นการเสริมประสบการณ์ครั้งสำคัญของทีมชาติยูเออี เพราะมีโอกาสได้เล่นกับทั้งทีมจากยุโรปที่มีทักษะสูง และทีมจากทวีปแอฟริกาที่มีความโดดเด่นในเรื่องพละกำลัง