เทคนิคปราบฝ้าให้อยู่หมัด

beri49
พฤศจิกายน 30, 2016

 

ฝ้าถือได้ว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับผิวหนัง โดยเป็นการเกิดขึ้นจากการทำงานที่ผิดพลาดของเม็สี ในผิวหนัง ที่ได้รับการกระตุ้นจากแสงแดด ทำให้เกิดการผลิตเม็ดสีที่เข้มกว่าสีของผิวปกติ ส่งผลทำให้เกิดความไม่สวย ไม่เนียนเกิดขึ้นบนผิวหน้า

ฝ้าเมื่อเป็นแล้วรักษาให้หายได้ยาก และมักจะมีขั้นตอนการรักษาที่ต้องอาศัยเทคนิคทางการแพทย์มากมาย อย่างไรก็ตามจากการค้นคว้า พบว่าฝ้านั้นสามารถถูกปราบได้เช่นกัน โดยการรักษาด้วยยาสูตรธรรมชาติ ดังต่อไปนี้

สูตรมะขามเปียกรักษาฝ้า เป็นสูตรที่ได้รับความนิยมมาเนิ่นนาน (ขนาดยารักษาฝ้าหลายสูตร ก็นำเอามะขามเปียกเป็นส่วนผสมหลัก) เพราะมะขามเปียก จะมีฤทธิ์เป็นกรด และช่วยในการขจัดเซลล์ผิวหน้าที่เก่า กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ฝ้าดูจางลง และช่วยลดรอยด่างดำต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวหน้าของเราให้หายไปอีกด้วย การใช้งานให้นำเอามะขามเปียก (เอาแต่เนื้อ) มาผสมน้ำนิดหน่อย ให้พอกหน้าได้ง่าย
หัวไชเท้า เป็นสมุนไพรอีกประเภทหนึ่ง ที่ช่วยในการรักษาฝ้าได้อย่างชะงัด เพราะหัวไชเท้า จะมีสารที่ช่วยล้างสิ่งสกปรกในรูขุมขน และช่วยกระชับรูขุมขน ตลอดจนช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายไปแล้วออกจากผิวหน้า ทำให้ฝ้าจางลง (หากใช้เป็นประจำ) โดยการใช้หัวไชเท้านำมาบดผสมกับน้ำมะนาวนิดหน่อย จากนั้นนำเอาไปพอกที่ใบหน้าเป็นเวลา 15 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด
ว่านหางจระเข้ เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการกำจัดฝ้าเช่นกัน เพราะในส่วนของวุ้นว่านหางจระเข้มีวิตามิน ที่ช่วยปรับการทำงานของเซลล์เม็ดสี ซึ่งอยู่ในผิวหนัง ทำให้ฝ้าแลดูจางลง อีกทั้งว่านหางจระเข้ยังสามารถที่จะลดรอยด่างดำ และรอยคล้ำต่างๆ ให้จางหายไปได้ เพียงแค่นำเอาว่านหางจระเข้มาประมาณ 4-5 หาง (ชิ้น) จากนั้นฝานเอาแต่ส่วนวุ้นด้านในมาทาที่ใบหน้าทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออก ทำเป็นประจำ จะช่วยให้ฝ้าจางลง อย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม การรักษาฝ้าที่กล่าวมานี้ เป็นวิธีที่ช่วยรักษาเท่านั้น หากต้องการรักษาฝ้าให้หายขาดได้อย่างเป็นระบบ ต้องมีการมีการปฏิบัติตนดังต่อไปนี้

ไม่ควรออกไปเจอแสงแดด โดยเฉพาะแสงแดดในช่วง 10.00 – 15.00 น. เพราะอย่างที่รู้กันว่าภาวะของฝ้า เกิดจากการทำงานผิดพลาด อันเนื่องมาจากผิวต้องเจอแดด ดังนั้น หากไม่จำเป็นไม่ควรออกไปเจอแดดในเวลาดังกล่าว แต่ถ้าหากมีความจำเป็น อาจจะต้องเลือกใช้ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF สูง ๆ ที่จะช่วยป้องกันผิวสวยๆ ของเราจากแสงแดดได้ อย่างไรก็ตามหากเป็นการออกไปเผชิญแดดที่ไม่แรงนัก เช่น อยู่ในบริเวณบ้าน ก้อาจจะเลือก SPF สักประมาณ 20-30 ก็พอแล้ว
การรักษาฝ้า ด้วยวิธีธรรมชาติ โดยการใช้สูตรสมุนไพรต่างๆ ในการช่วยป้องกันการเกิดฝ้า และทำให้ฝ้าที่มีอยู่แล้วจางลง เพราะสมุนไพรบางชนิด เช่น มะขามเปียก หัวไชเท้า ว่านหางจระเข้ ใบบัวบก ฯลฯ มีส่วนช่วยในการลบเลือฝ้า และริ้วรอยไม่งามต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผิวได้ อย่างไรก็ตามหากไม่สะดวกในการหาสมุนไพรเหล่านี้มาใช้งาน อาจจะลองใช้เป็นครีมสกัด ที่มีขายกันทั่วไปก็ได้ เพราะปัจจุบันมีการสกัดเอาสรรพคุณของสมุนไพรเหล่านี้มาใช้งานเพื่อรักษาฝ้ากันอย่างแพร่หลาย
การรักษาฝ้า ด้วยเลเซอร์ เป็นกรรมวิธีการรักษาฝ้า ด้วยเลเซอร์ทางการแพทย์ เพื่อรักษาฝ้าอย่างถาวร วิธีการนี้ได้รับความนิยมในปัจจุบันมาก เพราะสามารถรักษาฝ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามกระบวนการรักษาฝ้า ด้วยการทำเลเซอร์นี้ เป็นกรรมวิธีที่มีราคาแพง และหลังการเข้าทำกระบวนการต้องมีวิธีการดูแลผิวแบบพิเศษอีกด้วย
การรักษาฝ้า ด้วยการฉีดยารักษาฝ้า เข้าไปในชั้นผิว ซึ่งยาจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับเซลล์ผิว ทำให้ฝ้าจางลงได้อย่างรวดเร็ว วิธีการนี้ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ในการรักษาฝ้าที่ได้รับความนิยมมาก เพราะเห็นผลเร็วมากกว่าการรักษาด้วยสมุนไพร แต่วิธีนี้จะไม่ทำให้รักษาฝ้าได้ 100% ทำได้เพียงแค่ให้ฝ้านั้นจางลงไปเท่านั้น
จะเห็นได้ว่าการรักษาฝ้าแต่ละแบบนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นขั้นตอนที่ยาก และไม่ทำให้ฝ้าหายอย่างถาวร แต่ก็สามารถป้องกันและยับยั้งได้ค่ะ

วิธีทดสอบการแพ้ครีม อยากรู้ว่าแพ้ครีมหรือไม่ ต้องทำอย่างไร

beri49
พฤศจิกายน 30, 2016

 

อาการแพ้ครีมอาการแพ้ครีม อาทิเช่น ผดผื่นขึ้นเป็นเม็ดเล็กๆ สิวเห่อ มีสิวเยอะหลังจากหยุดใช้ ใช้ครีมแล้วหน้าลอก อาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นในบ่อยครั้งและมักพบในผู้ที่มีผิวบาง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการใช้ครีมที่ไม่เหมาะสมต่อสภาพผิวหรือครีมที่มีสารอันตราย ดังนั้นเมื่อเปลี่ยนครีมที่ใช้อยู่หรือซื้อครีมยี่ห้อใหม่มาใช้ ควรทดสอบการอาการแพ้ครีมก่อนใช้ เรามีวิธีทดสอบการแพ้ครีมแบบง่ายๆมาฝากกัน…

วิธีทดสอบการแพ้ครีม

1. ทดลองทาเครื่องครีมบริเวณข้อพับเพื่อสังเกตุอาการแพ้
วิธีการทดสอบนี้ทำได้ง่ายๆโดยนำครีมที่เพิ่งซื้อมาใหม่ทาลงบนบริเวณข้อพับให้เป็นรูปวงกลม โดยทาทุกวันเช้า-เย็น ติดต่อกันเป็นเวลา 10 วัน หากไม่มีอาการแพ้หรือผลข้างเคียง แสดงว่าครีมมีความปลอดภัยพอที่จะใช้กับใบหน้าได้

2. ทดสอบอาการแพ้โดยทดลองทาที่หลังใบหู
วิธีการนี้คล้ายกับวิธีการแรกเพียงแต่ใช้ครีมเพียงเล็กน้อยในการทดสอบ โดยให้นำเนื้อครีมจำนวนเล็กน้อยมาแตะตรงบริเวณหลังใบหู โดยเอามาทาติดต่อกัน 3 วัน แล้วให้สังเกตอาการ หากไม่มีอาการแพ้ใดๆปรากฏ ถือได้ว่าครีมค่อนข้างปลอดภัยในระดับหนึ่ง

3. ทำการทดสอบอาการแพ้จากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
วิธีการนี้ถือเป็นวิธีที่ชัวร์ที่สุดในการแพ้ โดยให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ทดสอบ โดยนำครีมที่ต้องการตรวจสอบ ไปให้ผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจสอบหาอาการแพ้ ซึ่งทำโดยการนำครีมนั้นผสมในแผ่นพลาสเตอร์ แล้วแปะพลาสเตอร์ไว้ตรงหลังของเรา โดยใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน แล้วจากนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงจะทำการตรวจสอบหาสารที่แพ้โดยละเอียดอีกครั้ง

4 วิธีทําความสะอาดต่างหู อย่างง่ายๆ

beri49
พฤศจิกายน 23, 2016

 

ต่างหู (Ear ring) หนึ่งในเครื่องประดับคู่กายของสาวๆ ต่างหูเก่าที่เก็บเอาไว้ หากจะนำมาใส่อีกครั้ง ก็ดูหมองไม่เงางาม ใส่แล้วอาจไม่มั่นใจ จะทิ้งก็เสียดาย เรามีเคล็ดลับดีๆและวิธีทำความสะอาดต่างหูที่จะทำให้ต่างหูของคุณเงาวับ ดูเหมือนใหม่อีกครั้ง การทำความสะอาดมีหลากหลายวิธีให้คุณเลือกตามความสะดวก

วิธีทําความสะอาดต่างหู

วิธีที่1 ทำได้ง่ายมาก เพียงใช้ลิปสติกนำมาทาลงบนกระดาษทิชชู่ แล้วนำมาขัดต่างหูจนทั่ว ทำความสะอาดขัดถูคราบหรือรอยหมองคล้ำ ให้หมดไป เพียงเท่านี้ต่างหูก็กลับมาเหมือนใหม่อีกครั้ง

วิธีที่2 ทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ หรือ น้ำยาขัดโลหะ ที่มีความเข้มข้นไม่สูงมาก นำแอลกอฮอล์ หรือ น้ำยาขัดโลหะชุบสำลี แล้วมามาเช็ดที่ต่างหูจนทั่ว จากนั้นเช็ดน้ำยาที่ต่างหูออกให้หมด เพราะอาจทำให้ระคายเคืองต่อหูได้ ต่างหูก็จะแวววาว สวยสดใส

วิธีที่3 นำสบู่มาละลายกับน้ำ แล้วนำน้ำสบู่ไปต้ม นำต่างหูใส่ลงไปในน้ำ แช่ไว้ 3-5 นาที แล้วยกลง ต่างหูก็จะแวววาวเหมือนใหม่ โดยไม่ต้องขัดถู

วิธีที่4 นำต่างหูแช่น้ำมะนาว หรือน้ำมะขามเปียก จะกว่าจะพอใจในความแวววับของต่างหู แล้วนำมาล้างให้สะอาด ก็ได้ใส่ต่างหูคู่เก่าที่เหมือนใหม่

เคล็ดลับและวิธีทำความสะอาดต่างหูที่กล่าวมาไม่ได้ใช้แค่กับต่างหูเท่านั้น ยังใช้กับเครื่องประดับเงินต่างๆในบ้านของคุณได้อีกด้วย หมั่นทำความสะอาดดูแลต่างหูที่คุณรัก เพื่อให้เครื่องประดับต่างหูของสาวๆ แวววับ เงาวาว สวยงามอยู่เสมอ

วิธีป้องกัน และวิธีรักษาโรคตาแดง

beri49
พฤศจิกายน 23, 2016

วิธีป้องกัน และวิธีรักษาโรคตาแดงโรคตาแดง (Conjunctivitis) นับได้ว่าเป็นอีกโรคหนึ่งที่หลาย ๆ คนต่างคุ้นหูคุ้นตากันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดภาวะน้ำท่วม หรือฤดูฝนที่โรคตาแดงมักระบาด จัดเป็นโรคระบาดที่สามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้หลาย ๆ คนกังวลและหวาดกลัวกับโรคตาแดงนี้
สาเหตุของโรคตาแดง

– เกิดจากเชื้อไวรัส Viral Conjunctivitis ที่อยู่ในแหล่งน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา
– เกิดจากการติดเชื้อ S.epidermidis, S.aureus ก่อให้เกิดภาวะเยื่อบุตาอักเสบ
– เกิดจากการแพ้สิ่งต่างๆ รอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น การแพ้ควันบุหรี่, ยา, เกสรดอกไม้ หรือฝุ่น เป็นต้น
– สามารถติดต่อกันได้ง่ายโดยเฉพาะสถานที่ที่มีผู้คนแออัด
– เกิดจากการใช้สิ่งของร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อ
– เกิดจากการโดนแมลงวัน หรือแมลงหวี่ตอมบริเวณดวงตา
– การไม่ล้างทำความสะอาดร่างกายให้สะอาด โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและมือ
อาการของโรคตาแดง

– ในระยะแรกหลังได้รับเชื้อจะเริ่มเกิดอาการเคืองตา บริเวณตาขาวจะค่อยๆ กลายเป็นสีแดงเรื่อๆ ขึ้น เนื่องจากบริเวณเยื่อบุตาขาวเกิดเลือดออก
– ขณะที่มีน้ำตาไหลออกมาจะรู้สึกเจ็บตา ร่วมกับมีขี้ตาสีเหลืองอ่อนๆ หรือเป็นเมือกใสจำนวนมาก
– โดยมากจะเกิดที่บริเวณดวงตาข้างหนึ่งก่อนแล้วจึงลามไปสู่ดวงตาอีกข้างหนึ่ง
– รู้สึกเจ็บบริเวณต่อน้ำเหลืองหลังใบหูและเกิดอาการบวมขึ้น
– หากเกิดการอักเสบบริเวณดวงตาดำจะรู้สึกเคืองตามากเป็นพิเศษ ทำให้เกิดเป็นบาดแผลขึ้นที่บริเวณดวงตาดำชั่วคราว
– หากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียขณะตื่นนอนตอนเช้ามักจะลืมตาไม่ขึ้น เนื่องจากบริเวณเปลือกตามีขี้ตาจำนวนมากติดกันเป็นก้อน แต่จะไม่รุนแรงเท่าการติดเชื้อจากไวรัส
วิธีการรักษาและป้องกันโรคตาแดง

– แพทย์จะทำการรักษาตามอาการโดยหากมีขี้ตาจำนวนมากก็จะให้หยอดยาปฏิชีวนะ หรือหากเป็นไข้ ก็จะให้ยาลดไข้
– ผู้ป่วยควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่นอนดึก
– ช่วงเช้าหรือเที่ยงควรสวมแว่นตากันแดดป้องกันแสงที่จะเป็นอันตรายต่อดวงตา
– ไม่ใช้สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อย่างผ้าเช็ดหน้า, ผ้าเช็ดตัว หรือเสื้อผ้า เป็นต้น
– ควรหมั่นล้างมือให้สะอาด โดยเฉพาะขณะที่จะจับใบหน้าและดวงตา
– หลีกเลี่ยงการใช้มือขยี้ตาบ่อยๆ
– ผู้ติดเชื้อควรงดการลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำสาธารณะ เนื่องจากเชื้อจะกระจายและติดต่อสู่ผู้อื่นได้
– การใช้ยาหยอดตา ก่อนใช้ควรล้างมือให้สะอาด และหากใช้ยาเกิน 1 อาทิตย์ แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

สลด! หนุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ถูก จยย. วิ่งสวนทาง ชนดับคาที่

beri49
พฤศจิกายน 12, 2016

(10 พ.ย.) เวลา 21.00 น. ร.ต.อ.ภานุวัฒน์ หะรังสี ร้อยเวร สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถ จยย.ชนกัน ที่หน้าร้านอาหารครัวสมพงษ์ ถนนสุขาประชาสรรค์ หมู่ 6 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รุดตรวจสอบ

%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%94-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 ช่องจราจร รถวิ่งสวนทางกัน ที่ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าท่าน้ำปากเกร็ด พบรถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีดำ-น้ำเงิน ทะเบียน กกธ 186 นนทบุรี ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายบุญยงค์ อายุ 33 ปี อาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง สุขาประชาสรรค์ เบอร์ 276 เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ มีเลือดออกปากและจมูก เนื่องจากศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรง ส่วนรถ จยย. คู่กรณี ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น MSX125 สีขาว-ดำ ทะเบียน 4 กข 5260 กทม. ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายประเสริฐชัย อายุ 25 ปี ได้รับบาดเจ็บมีแผลแตกที่บริเวณคิ้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่ง รพ.กรมชลประทานปากเกร็ด

จากการสอบถามพยานในที่เกิดเหตุทราบว่า รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คันวิ่งสวนทางกัน โดยรถ จยย. ของผู้เสียชีวิตกำลังจะไปรับลูกค้า จากนั้นน่าจะเสียหลักเฉี่ยวชนกับรถคู่กรณี ทำให้ร่างผู้เสียชีวิตกระเด็นตกจากรถและบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน โดยหลังจากนี้จะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ส่วนร่างผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป

ศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ‘ติ๊งต่าง’ คดีฆ่าข่มขืน ด.ช. 7 ขวบ

beri49
พฤศจิกายน 8, 2016

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (8 พ.ย.) เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ คุมตัว นายหนุ่ย หรือ ติ๊งต่าง จำเลยในคดีล่วงละเมิดทางเพศ มาศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กรณีฆ่าเด็กชาย วัย 7 ปี บริเวณยอดเขาภูผาสิงห์ ตำบลหนองหญ้าปล้อง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2556

%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%95

เนื่องจากคดีนี้ จำเลย ให้การรับสารภาพตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน ประกอบกับเป็นผู้ทำแผนที่ยืนยันพฤติการณ์กระทำผิดด้วยตัวเอง จนตำรวจลงพื้นที่สืบสวน พบศพของผู้เสียชีวิตจริง ศาลชั้นต้นจึงตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

จำเลยยื่นอุทธรณ์ในชั้นศาล อ้างว่าขณะเกิดเหตุไม่มีประจักษ์พยาน และถูกบังคับให้รับสารภาพ ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้คดีนี้จะไม่มีประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์จริง แต่เนื่องจากในชั้นพนักงานสอบสวน จำเลยได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และเป็นผู้เสนอเขียนแผนที่ด้วยตัวเอง จนนำไปสู่การตรวจสอบพบโครงกระดูกผู้เสียชีวิตบรรจุถุงปุ๋ย บริเวณยอดเขาภูผาสิงห์ จังหวัดเลย

ประกอบกับในการรับสารภาพมีพยานหลายปาก เช่น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์, มูลนิธิกระจกเงา และทนายความ เป็นพยานยืนยัน พยานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงเพียงพอเชื่อได้ว่า จำเลยกระทำผิดจริงตามข้อกล่าวหา ศาลอุทธรณ์จึงมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

สำหรับ นายติ๊งต่าง ก่อนหน้านี้ก็ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต กรณีข่มขืนกระทำชำเราและฆ่าเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี มาแล้ว 2 สำนวน โดยชั้นพิจารณาจำเลยให้การรับสารภาพ ประกอบด้วย

1. คดีหมายเลขดำ ที่ อ.602/2557 ของศาลจังหวัดพระโขนง กรณีเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2556 จำเลยได้ลวง ด.ญ.การ์ตูน อายุ 6 ขวบ ไปซื้อขนมก่อนจะพาเข้าไปในพงหญ้าใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส แบริ่ง แล้วทำร้ายเด็กหญิงจนหมดสติก่อนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่

2. คดีหมายเลขดำ ที่ อ.163/2558 ของศาลอาญา กรณี เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 จำเลยได้พราก ด.ญ.หญิง อายุ 4 ขวบเศษไปจากผู้เป็นตาซึ่งเป็นผู้ปกครอง ระหว่างไปขายของที่งานกาชาดอำเภอเมืองเลย โดยจำเลยพูดจาหลอกล่อว่าจะพาไปเดินเล่นและซื้อแล้วใช้กำลังบีบบังคับฉุดลากเด็กหญิงเข้าไปในป่าละเมาะห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 400 เมตร และจำเลยได้กระทำชำเราเด็กหญิงจนสำเร็จความใคร่ แล้วใช้มือบีบคอทำให้ขาดอากาศหายใจและถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่ ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย จ.เลย

เลวระยำแก๊งมอดไม้บังคับควายกินยาบ้า

beri49
พฤศจิกายน 3, 2016

(1 พ.ย.) เมื่อเวลา 02.00 น. นายพีระเมศร์ ตื้อตันสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท และ นายสุเมธ จารุรัตน์ ผช.หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กว่า 20 นาย เดินเท้าเข้าไปในป่าลึกเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ยาง-แม่อาง เขตพื้นที่เตรียมประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ในพื้นที่ บ้านดง-นาแก หมู่ 5 ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ลำปาง หลังจากที่ชุดลาดตระเวนอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ได้เข้าชาร์จ เพื่อที่จะจับกุมกลุ่มลักลอบขนไม้ชิงชัน เกล็ดแดง แปรรูป โดยใช้ควายเทียมเกวียนในการชักลากไม้เถื่อนเตรียมที่จะออกจากป่าแห่งนี้

เลวระยำแก๊งมอดไม้บังคับควายกินยาบ้า

ผู้ต้องหาได้วิ่งหลบหนีหายไปกลับความมืดทั้งหมด รวมทั้งพยายามที่ตัดเชือก จูงควายหนีแต่ไม่สำเร็จ เจ้าหน้าที่ยึดไว้ได้ พบของกลางทั้งหมดเป็นควาย 4 ตัว เกวียน 2 เล่ม ไม้ชิงชัน ไม้เกล็ดแดง ขนาดใหญ่ความยาวท่อนละไม่ต่ำกว่า 2 เมตร จำนวน 4 ท่อนเหลี่ยม

สำหรับการเข้าจับกุมครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติได้เฝ้าติดตามแกะรอย มาจากพื้นที่ อ.งาว จ.ลำปาง เดินลัดเละตามสันเจามาเรื่อยๆ หลังจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มนายทุนข้ามชาติเข้ามาว่างจ้างกลุ่มมอดไม้ในพื้นที่เข้าไปลักลอบตัดไม้ชิงชันในป่าอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท โยจะใช้ทุกวิถีทางในการเข้าไปลักลอบตัดไม้ชนิดนี้ จึงเฝ้าติดตามมานานกว่า 3 คืน ถึงจะพบ

ส่วนควายทั้ง 4 ตัวทางเจ้าหน้าที่ คาดว่า น่าจะให้กินน้ำดื่มที่ผสมยาบ้าเข้าไปเพราะเส้นทางในการชักลากไม้ครั้งนี้ ยากลำบากมากและควายทุกตัวมีสภาพอาการที่น่าสงสารมาก โดยเจ้าหน้าที่กำชับให้นำควายไปเลี้ยงดูที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไทอย่างดี พร้อมเร่งตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

สำนักพระราชวังแจ้งการขอเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

beri49
ตุลาคม 29, 2016

สำนักพระราชวัง แจ้งว่า หลังจากการพระราชพิธีทางบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศล

%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82

ผู้มีความประสงค์ขอเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สามารถแสดงความจำนงขอเป็นเจ้าภาพได้ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560

ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดตัวอย่างหนังสือการขอร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ที่ www.brh.thaigov.net ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป หรือ ขอตัวอย่างหนังสือได้ที่ฝ่ายทะเบียน สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) และเมื่อเขียนหรือพิมพ์ครบถ้วนแล้ว สามารถส่งมาที่สำนักพระราชวัง ได้ 4 ช่องทางคือ

(1.) ส่งเอกสารด้วยตนเองที่ฝ่ายทะเบียน อาคาร 601 สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
(2.) ส่งเอกสารทางโทรสารหมายเลข 022808708
(3.)ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ พร้อมจ่าหน้าซองถึง เรียนเลขาธิการพระราชวัง สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 และ
(4.) ส่งทาง E-mail address : brh@palaces.mail.go.th โดยแสกนเป็นไฟล์ PDF

เมื่อผู้ขอได้ส่งเอกสารการจองเป็นเจ้าภาพร่วมในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้ว สำนักพระราชวัง จะส่งหนังสือตอบรับ กำหนดวันและแจ้งรายละเอียดในการเป็นเจ้าภาพให้ทราบ ก่อนวันและเวลาที่ท่านเป็นเจ้าภาพ 15 วัน

สาวไทยแฉ หนุ่มพันล้านทิ้งน้าไปแต่งดารา พรากลูกน้อยจากอก

beri49
ตุลาคม 23, 2016

จากกรณีที่เว็บไซต์ เน็กซ์ชาร์ก ของอินโดนีเซีย มีการแชร์เรื่องราวของ ปาโบล ปูเตรา เบนัว นักธุรกิจพันล้าน เข้าพิธีแต่งงานกับ เรย์ อูตามี พิธีกรรายการทีวีและนักแสดงตลกชื่อดัง หลังเจอกันผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่ แล้วศึกษาดูใจกันแค่ 7 วัน

%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%89-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4

โดยขณะออกเดตในวันที่ 2 นายปาโบลพาแฟนสาวไปซื้อรถฮอนด้า HRV ราคา 28,000 ดอลลาร์สหรัฐ วันต่อมาให้ของขวัญเป็นนาฬิกาข้อมือ ราคา 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวเป็นที่วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์นั้น

ล่าสุด (22 ต.ค.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความจากเฟซบุ๊กของหญิงสาวชาวไทยคนหนึ่ง ซึ่งเธออ้างว่า ปาโบล ปูเตรา เบนัว เคยแต่งงานกับน้าสาวของตน ซึ่งเป็นสาวไทยชื่อว่าเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา และยังมีลูกชายด้วยกัน 1 คน ก่อนจะกล่าวหาฝ่ายหญิงแล้วก็บอกเลิก พร้อมเอาลูกชายไปเลี้ยง โดยระบุว่า

“ตอนนี้อาจจะมีคำพูดเช่น รู้ตั้งนานทำไมเพิ่งมาแฉ เราก็ต้องตอบว่า เพราะตอนนั้นมันยังไม่เป็นข่าว พอเป็นข่าวใครๆ ต่างก็ชื่นชมในตัวผู้ชาย เราอยากให้โลกรู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้ดีอย่างที่ทุกคนคิด ผู้ชายใส่ร้ายน้าเราว่าคบ 2 คน มันเป็นการโยนขี้กันชัดๆ เพราะน้าเราแต่งงานด้วย อยู่ด้วยกัน ต้องอุ้มท้องและคลอด จะเอาเวลาไหนไปมีคนอื่น

แถมน้าเราก็รักเค้ามาก ตอนแรกน้าเรานึกว่าสามีใจดีให้กลับมาเยี่ยมบ้าน ระหว่างอยู่ไทย สามีน้าก็อัดคลิปลูกให้ดู พอน้าเราจะกลับไปอินโด สามีน้ากลับมีคนอื่น และบอกไม่ให้กลับ #และไม่ให้เจอลูก ทางกฎหมาย ของไทยและอินโดไม่เหมือนกัน ผู้ชายก็มีอิทธิพล เราสู้ทางนั้นไม่ไหว อีกอย่างต้องใช้เงินเยอะมากๆค่ะที่จะจ้างที่ปรึกษาและทนาย”

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวดังกล่าวที่หญิงสาวโพสต์ ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย บางรายแนะนำข้อกฎหมาย ขณะที่บางรายก็ไม่เชื่อว่าสิ่งที่เธออ้างเป็นเรื่องจริง

Gclub Royal คาสิโนออนไลน์ สายบันเทิง 24 ชั่วโมง

beri49
ตุลาคม 20, 2016

Gclub Royal

Gclub Royal คาสิโนออนไลน์ ความมันส์ สนุกตื่นเต้น ครบทุกรสทุกอารมณ์

Gclub Royal คาสิโนออนไลน์ รูปแบบออนไลน์ ความมันส์ สนุกตื่นเต้น ครบทุกรสทุกอารมณ์ สามารถสมัครเข้าเล่น Gclub online ได้ ตลอด24ชั่วโมง
หลังจากสมัครสมาชิกกับเรา ลูกค้าสามารถเลือกเล่นได้หลากหลายช่องทางเช่น Gclub ผ่านมือถือ, Gclub iphone,Gclub Android หรือว่า Gclub Download ติดตั้งโปรแกรมลงเครื่องก็สามารถเล่นได้แล้ว

Gclub Royal คาสิโนออนไลน์ที่โด่งดังที่สุดในประเทศไทย และผู้เล่นมากที่สุด ด้วยรูปแบบที่เข้าใจง่าย มีหลากหลายโซน หลายเกมส์ให้เลือกเล่น เช่น รูเล็ต,กำถั่ว,ไฮโลออนไลน์,แบล็คแจ็ค อีกมากมายหลากหลายเกมส์ ที่คนไทยนิยมเล่น ด้วยเหตนี้จึงทำให้

Gclub Royal จึงมีผู้เล่นสูงสุดในประเทศไทย

Gclub สมัครเข้าเล่นง่ายๆ เพียงไม่กี้ขั้นตอน หลังจากนั้นไม่เกิน 15 นาที ก็สามารถเข้าเล่นได้แล้ว เราบริการตลอด มี Call Center คอยให้บริการ รับการแจ้งปัญหาจากลูกค้า ตลอด 24 ชั่วโมง